วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

โน๊ตบุ๊ค BenQ ใช้งานสเถียรดี แต่ไอ้ศูนย์ซ่อมมันนี่สิ ห่วยแตกจริงๆ

ผมใช้โน๊ตบุ๊ค BenQ S52 มาเกือบจะ 3 ปีแล้วคับ
ซื้อจากร้านในพันธ์ทิพย์ ชั้นบนสุด
ดูรูปลักษณ์ต่างๆ แล้วประทับใจ ทั้งหน้าจอ 13 นิ้ว
ดูขนาดสัดส่วนแล้วกระทัดรัดเหมาะมือน่าใช้มาก

ก็ใช้งานตลอดครับ เปิดทุกวันเพราะเป็นเครื่องมือทำมาหากิน

ที่นี้ผมใช้ๆ ไปแล้วปุ่มคีย์บอร์ดมันหลุด เพราะผมไปแงะเล่น จนมันพังเอง
ไม่ได้เสียหาย เพราะการใช้งานตามปกติ มันหลุดพังไปสองปุ่ม ซึ่งเป็นปุ่ม
ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่ ก็ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็ลองโทรไปที่ศูนย์ซ่อม ตรงสะพาน Buffalo นั่นแหละ
ก็ถามว่าอะไหล่คีย์บอร์ดรุ่นนี้มีมั้ย เค้าก็เช็คของให้บอกว่ามีค่ะ
ก็ถามเค้าว่าคิวช่างว่างมั้ย เค้าบอกว่าช่างคิวเต็มหมดเลย ถ้าไม่อยากทิ้งเครื่องไว้
อยากรอรับเลยให้มาซ่อมในวันพุธ คิวจะว่าง

พอวันพุธ เราก็หอบสังขารไปเลย ไปถึงนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าพนักงาน
ฝ่ายรับซ่อมจะโผล่หัวมา ไม่รู้ไปไหน
มาถึงผมก็บอกว่า
"เอาโน๊ตบุ๊คมาเปลี่ยนคีย์บอร์ด จะขอรอรับเลย"
เค้าก็บอกว่า
"ไม่ได้ค่ะ ให้ทิ้งเครื่องไว้ก่อน เพราะคิวยาวมาก"

ผมก็ถามว่า
ถ้าทิ้งไว้แล้วกี่วันจะได้ เพราะผมต้องรีบใช้งาน เครื่องนี้ใช้ทำงานประจำ
เค้าก็บอกว่า
"ไม่ทราบค่ะ น่าจะสักห้าวันได้มั้งค่ะ พี่ต้องโทรมาเช็คเรื่อยๆ"

ดูมันพูด คนต้องใช้งานโว่ย โปรแกรมที่ต้องใช้งาน และข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ
กับการทำงานมันอยู่ในเครื่อง จะให้ทิ้งเครื่องไว้ได้ไงฟะ

แต่ก็พยายามใจเย็นๆ ค่อยๆ ถามใหม่
"เอ่อ งั้นคิวของช่าง พอจะว่างประมาณช่วงวันไหนบ้างครับ ผมจะได้เข้ามาทำเลย
เพราะทิ้งเครื่องไว้คงไม่ได้ จำเป็นต้องใช้งาน"

"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คิวเต็มตลอด"

อ้าว คิวเต็มตลอด แล้วเอ็งจะให้ข้าทิ้งเครื่องไว้หาพระแสงอะไรว่ะ คิดในใจ

ก็เลยถามมันอีก อย่างใจเย็น

"เอ่อ งั้นผมขอต่อคิวไว้ได้มั้ยครับ พอช่างทำจนใกล้จะถึงคิว แล้วผมจะรีบเอามาให้ช่างทำให้"

"ก็ไม่ได้ค่ะ จองคิวไว้ไม่ได้ค่ะ ไม่รู้ช่างจะว่างเมื่อไหร่"

เออ ให้มันได้อย่างงี้สิ คำก็ไม่ได้ สองคำก็ไม่ได้ มรึงพูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไงว่ะ

ก็เลยพยายามๆๆๆๆ ใจเย็นอีก ถามเล่นๆ ดู
"เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าช่างมีกี่คนครับ ที่ซ่อมโน๊ตบุ๊คได้"

"อ๋อช่างมีสองคนค่ะ แต่ซ่อมโน๊ตบุ๊คมีคนเดียว ส่วนอีกคนเค้าทำจอ LCD อย่างเดียวค่ะ"

โอ๊วๆๆๆๆๆๆ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ของราคาหลายหมื่นจนจะเกือบแสน
ยอดขายทั่วประเทศก็ไม่น้อย มีช่างบริการอยู่คนเดียว เอาหัวแม่เท้าคิดหรือไงว่ะ
ขนาดเป็นศูนย์ซ่อมนะนี่

เอาว่ะ ของเค้าอาจจะคุณภาพดี เลยไม่ค่อยมีคนซ่อม ช่างเลยมีแค่คนเดียวก็พอ
งั้น ลองใจเย็นๆ ถามอีกหน่อยดีกว่า หาอีกหนทาง

"เอ่อ งั้นถ้าผมจะขอซื้อเฉพาะอะไหล่คีย์บอร์ด เอาไปเปลี่ยนเองได้มั้ยครับ เพราะช่างไม่ว่าง คิวยาวตลอด"

"ก็ไม่ได้ค่ะ ถ้าจะซื้อไปเปลี่ยนเอง ต้องจ่ายค่าเซอร์วิสด้วยค่ะ"

!!!!! เฮ้ย ค่าเซอร์วิสอะไรว่ะ? ตรูเอาไปเปลี่ยนเอง
"เอ่อ ค่าเซอร์วิสอะไรครับ ผมเอาไปเปลี่ยนเองนี่ครับ"

"นั่นแหละค่ะ เป็นนโยบายของ BenQ เราไม่ขายพาร์ทให้ ถ้าขาย ต้องขายพร้อมค่าเซอร์วิส หรือค่าตรวจเช็คเครื่องนี่แหละค่ะ"

ต๊ายๆๆ อกอีแป้นจะแตก มันเอาซอกเล็บหัวแม่เท้าคิดหรือไงฟ่ะนี่
ช่างซ่อมมีไม่พอ พอจะขอซื้อพาร์ทไปเปลี่ยนเอง ดันชาร์ทค่าเซอร์วิสอีก
ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ทำไรให้เลย โห การตลาดประเทศไหนว่ะนี่

อารมณ์ตอนนั้นมันปรี๊ดดดด มั่กๆๆ ครับพี่น้อง
อยากจะแต๋วแตกแล้วจิกหัวมาตบสักฉาดสองฉาด

แต่ด้วยความพอมีสติ ระลึกได้บ้างว่ากำลังมีโทสะ
เลยรีบเผ่นออกมาจากร้าน ไม่งั้นเด๋วคุมโทสะไม่อยู่
เพราะอะไรๆ ก็ไม่ได้ คิวยาว ช่างไม่ว่าง ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่ะ
ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่ะ มันพูดเป็นอยู่คำเดียว

ขึ้นรถไฟฟ้า เผ่นมาลงที่ฟอร์จูน
มาเดินเล่นๆ ดู เผื่อมีศูนย์ หรือร้านซ่อมที่นี่บ้าง จะได้ไม่เสียเที่ยว

เดินๆ ขึ้นไปชั้น 4 มั้งที่มีร้านใหญ่ๆ หน่อย ขายโน๊ตบุ๊คหลายยี่ห้อ
เดินเข้าไปดูโน๊ตบุ๊ค BenQ รุ่นใหม่ๆ หน่อย ว่าสเป๊กไปถึงไหนแล้ว
เพราะส่วนตัวชอบการดีไซน์ภายนอกของ BenQ มันดูลงตัวดี

ก็มีพนักงานขายเดินเข้ามาถาม
"พี่สนใจรุ่นไหน สอบถามได้ครับ"

ตอนนั้นอารมณ์กำลังปรี๊ดอยู่นิดๆ ก็เลยถามดู
"เอ่อ... น้อง ถามนิสนึง โน๊ตบุ๊ค BenQ นี่ถ้าเสียเอาไปซ่อมที่ไหนได้บ้าง
ที่นี่พอจะมีศูนย์ซ่อมบ้างมั้ยครับ"

พนักงานขายบอกว่าไงรู้มั้ยครับ
"เอ่อ ศูนย์ซ่อมมีหลายที่ครับ ซ่อมที่ศูนย์ซินเน็กซ์ หรือแวลูก็ได้
แต่ถ้าพี่ชอบได้เร็ว นั่งรอรับได้สบายๆ ก็ให้ไปที่ศูนย์ตรงสะพาน Buffalo นะครับ
ที่นั่นเค้าสแปร์พาร์ทเอาไว้เยอะครับ มีอะไหล่ครบหมดครับ"

อุเหม่เหม๋ชิชะฟังแล้วมันน่าชื่นใจจริงๆ
เลยบอกพนักงานขายไปว่า
"พี่ก็เพิ่งเผ่นมาจากที่นั่นแหละน้อง มันบอกว่าช่างไม่ว่าง คิวยาวถึงชาติหน้า"

แล้วก็เลยเดินดูโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ต่อไป โดยไม่สน BenQ อีกแล้ว
เฮ้อออออออ....... ของดี แต่การตลาดหลังการขายห่วยแตกแบบนี้ไม่ไหว แย่


ขอฝากเรื่องของผม ให้หลายๆ ท่านที่กำลังคิดจะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่หน่อยนะครับ
ถ้าท่านซื้อโน๊ตบุ๊คมาเพื่อใช้งานแบบขำๆ ไม่ซีเรียสมาก ใช้งานทั่วๆไป
ดูหนัง ฟังเพลงเล่นเน็ต และไม่ค่อยได้ใช้ประจำ แบบจริงๆ จังๆ
ก็ไม่ต้องคิดมากครับ ยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ก็ซื้อกันไป ให้พอเหมาะกับ
จำนวนเงินที่ท่านมี

แต่หากท่านซื้อโน๊ตบุ๊ค เพื่อใช้ในการทำงาน ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน
มีงาน มีโปรแกรม และข้อมูลสำคัญต่างๆ อยู่เยอะ และใช้งานทุกๆ วันแล้ว
ให้ท่านคิดสักนิดครับ เรื่องศูนย์การซ่อม และการบริการหลังการขาย
เพราะโน๊ตบุ๊คตัวนึงๆ ถ้าสเปคดีๆ พอใช้ได้ ราคาก็สามหมื่นขึ้น จนเกือบแสน
ราคาพอๆ กับรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ๆ คัน นึงเลยทีเดียว

ของที่เป็นอิเลคทรอนิกส์ ผมไม่เชื่อว่ามันจะไม่รวน ไม่เสียหายเลย
ถ้าใครโชคดีเหมือนผม เจอเครื่องล๊อตที่ประกอบดี เปิดใช้งานทุกวันเกือบสามปี
ไม่มีเสีย ไม่มีแฮงก์ ก็ดีไป ไม่ต้องพึ่งศูนย์ซ่อม

ถ้าใครซวยหน่อย เจอล็อตที่ประกอบไม่ดี ใช้ไม่ถึงปี เมนบอร์ดพัง จอเสีย
ถึงตอนนั้นแหละ ท่านต้องพึ่งศูนย์ซ่อม เพื่อทำการซ่อมให้ เพราะลำพังจะ
ไปพึ่งช่างซ่อมตามพันธ์ทิพย์ ผมว่าก็เหมือนซื้อหวย ต้องดูร้านให้ดีๆ เพราะผมไม่เชื่อหรอก
ว่าจะมีช่างคนไหนที่ไม่ได้รับการอบรมจากศูนย์ แล้วจะสามารถแกะซ่อมโน๊ตบุ๊คได้ทุกตัว
ทุกยี่ห้อ โดยไม่ลองผิดลองถูก ถ้าเอาไปซ่อมกับช่างข้างนอก ที่ไม่ใช่ช่างศูนย์
แล้วเค้าลองผิดลองถูก คุณก็ภาวนากันไป



ขอบคุณครับที่ทนอ่านจนจบ
บายๆ แล้ว BenQ ไม่ซื้ออีกแล้วยี่ห้อนี้
เครื่องนี้คีย์บอร์ดพังไปสองสามปุ่มไม่ซ่อมมันแล้ว
เอามาเปิดโหลดบิตทิ้งเอาไว้ที่บ้านดีกว่า
ซื้อมา 43,000 ใช้งานสามปี เฉลี่ยเดือนละ 1,200
ถึงตอนนี้จะตัดมูลค่าเป็นศูนย์ ก็คุ้มแล้วล่ะ เพราะทำเงินไปเยอะแล้ว




ปล. ถ้ามีงานคอมมาร์ท เอาโน๊ตบุ๊คตัวนี้ไปทุบเผาทิ้งหน้างานประจานศูนย์ BenQ จะฉลาดมั้ยนี่ :P



กรรมของผู้บริโภค

คลังบทความของบล็อก

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
คลองสอง, คลองหลวง, ปทุมธานี, Thailand
ชายหนุ่ม เมียหนึ่ง ลูกชายสาม เลี้ยงชีพด้วยการเขียนซอฟท์แวร์ พัฒนาระบบ